คำถามที่พบบ่อย

หากมีความประสงค์ต้องการทราบข้อมูลหรือรับความช่วยเหลือเพื่มเติม กรุณากรอกข้อมูลด้านล่าง

ส่งคำถาม
เลือกกลุ่มบริการ:*
ชื่อ:*
อีเมล:*
คำถาม:*
789889
  Refresh
    กรุณากรอกตัวเลขที่เห็น*

ล้างข้อมูล
กลุ่มบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ CAT one-connect
Q1: 

บริการ CAT one-connect ใช้เวลาในการติดตั้งบริการกี่วัน

A1: 

ระยะเวลาการติดตั้ง 10 วัน ทำการ

Q2: 

หากต้องการประชุมทางไกล ผ่านระบบ VDO Conference ต้องใช้บริการ CAT one-connect คู่สายประเภทใด

A2: 

ใช้คู่สาย CAT one-connect ประเภท Digital หรือ BRI (ISDN) สามารถประชุมทางไกล ผ่านระบบ VDO Conference ได้

Q3: 

หากขอใช้บริการ CAT one-connect จะได้รับเลขหมายโทรศัพท์อย่างไร

A3: 

ได้รับเลขหมายโทรศัพท์ตามพื้นที่ให้บริการ เช่น กทม. 02-xxx-xxxx , เชียงใหม่ 052-xxx-xx

Q4: 

หากต้องการติดตั้งบริการ CAT one-connect ลูกค้าต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง

A4: 

CAT จะดำเนินการดังนี้

  • จัดเตรียมคู่สายจนถึง MDF ของตึก (ชั้นล่าง)
  • อุปกรณ์ HDSL Interface BNC หรือ RJ45 ลูกค้าต้องจัดเตรียม
  • สายภายใน (สายทองแดง) จาก MDF ตึก ถึงที่ตั้งอุปกรณ์
  • ระบบไฟฟ้า AC220V
  • Card E1 หรือ ช่องสัญญาณสำหรับเชื่อมต่อคู่สายเข้าตู้ PBX
Q5: 

บริการ CAT one-connect คือ บริการอะไร

A5: 

เป็นบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศและในประเทศ ที่เชื่อมต่อโดยตรงกับชุมสาย และโครงข่ายของ CAT ถึงสถานที่ของผู้ใช้บริการ (Direct Line) โดยไม่ผ่านชุมสาย หรือโครงข่ายของ ผู้ให้บริการรายอื่น (Operator)

Q6: 

บริการ CAT one-connect เหมาะกับใคร

A6: 

เหมาะกับบริษัท หรือผู้ที่มีการใช้งานโทรศัพท์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยจะเป็นการโทรออกผ่านคู่สายของ CAT โดยตรง นอกจากจะได้สัญญาณเสียงที่ชัดเจนแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย เนื่องจาก CAT จะมอบส่วนลดโดยบางตามยอดค่าใช้บริการ

กลุ่มบริการธุรกิจความปลอดภัย SmartLog
Q1: 

ลูกค้าที่ใช้บริการ SmartLog จำเป็นต้องใช้ CAT Internet Service หรือไม่

A1: 

เนื่องจากบริการ SmartLog เป็นอุปกรณ์ไปวางที่ออฟฟิศของลูกค้า ดังนั้นลูกค้าใช้บริการอินเทอร์เน็ตจาก ISP รายใดก็สามารถใช้บริการได้ แต่ถ้าใช้ CAT Internet Service จะดีกว่าในเรื่องการประสานงานและการบริการหลังการขายให้แก่ลูกค้า

Q2: 

หากมีเครื่องคอมพิวเตอร์ มากกว่า 100 เครื่อง แต่มีการใช้งานพร้อมกันไม่เกิน 50 เครื่อง จะเลือกใช้แพ็คเก็จใด

A2: 

เลือกแพ็กเก็ต 50 เครื่อง เพราะควรตามขนาดการใช้งานพร้อมกันไม่เกิน 50 เครื่อง

Q3: 

จุดเด่นของบริการ SmartLog

A3: 

บริการ SmartLog เป็นบริการอุปกรณ์พร้อมด้วยซอฟต์แวร์ ที่ผ่านการทดสอบประสิทธิการใช้งานที่มีความเสถียรภาพ และถือเป็นบริการที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์รายปี แต่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อบริการหลังการขาย หรือ MA เพิ่มได้

Q4: 

กรณีลูกค้าซื้อบริการ SmartLog ครบ 1 ปี จะมีผลอย่างไรหากลูกค้าไม่ซื้อค่าบำรุงรักษาในปีถัดไป

A4: 

บริการ SmartLog เป็นบริการที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ซอร์ฟแวร์ ดังนั้น SmartLog ยังสามารถจัดเก็บ Log Files ได้ตามปกติ แต่จะไม่ได้รับบริการหลังการขายในส่วนเพิ่มเติมเท่านั้น

Q5: 

บริการ SmartLog มีคุณสมบัติการทำงานอย่างไรบ้าง

A5: 
  • เก็บข้อมูลล็อกไฟล์ไม่น้อยกว่า 90 วัน
  • รองรับเวลาสากล NTP
  • มีระบบควบคุมการทำงานผ่านทาง Web Management
  • มีระบบยืนยันตัวตน (User Authentication)
  • มีระบบบริหารจัดการเนื้อหาและเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม
  • มีระบบบริหารจัดการ IP และ URL (DHCP, DNS)
  • รองรับการใช้งานได้ 1 WAN Link ร่วมกับ Leased Line หรือ ADSL
  • รองรับการใช้งานกับระบบ Wireless
  • มีระบบรายงานการใช้งานอินเทอร์เน็ตในแต่ละ User

 

Q6: 

บริการ Smart Log นั้นมี Package อย่างไรบ้าง

A6: 

บริการ SmartLog มี 2 Package

  • SmartLog50 รองรับการเก็บล็อกไฟล์การใช้อินเทอร์เน็ตพร้อมกันสำหรับ 50 User
  • SmartLog100 รองรับการเก็บล็อกไฟล์การใช้อินเทอร์เน็ตพร้อมกันสำหรับ 100 User
กลุ่มบริการธุรกิจความปลอดภัย Secure Log Management
Q1: 

ลูกค้าจะทราบได้อย่างไรว่าจะต้องจัดเก็บข้อมูลล็อกไฟล์จากอุปกรณ์ใดบ้าง

A1: 

ตามหลัก พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 นั้นจะต้องจัดเก็บจากทั้งอุปกรณ์ Network, Server และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย อาทิ Firewall, IPS/IDS เป็นต้น ซึ่งก่อนการใช้บริการจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปให้คำปรึกษากับลูกค้า

Q2: 

บริการ Secure Log Management มีการจัดเก็บข้อมูลล็อกไฟล์ไว้ได้นานเท่าไหร่

A2: 

ในการจัดเก็บข้อมูลล็อกไฟล์จะรองรับตาม พ.ร.บ. ฯ อย่างน้อย 90 วัน แต่หากต้องการจัดเก็บนานกว่านั้นเป็น 180 วัน หรือ 1 ปี ก็ได้ ตามความต้องการของลูกค้า

Q3: 

บริการ Secure Log Management มีประโยชน์อย่างไรต่อลูกค้าบ้าง

A3: 

บริการบริหารจัดการล็อกไฟล์จาก CAT cyfence ช่วยให้องค์กร

  • ไม่ต้องลงทุนจัดหาอุปกรณ์เพื่อเก็บล็อกไฟล์
  • ไม่ต้องลงทุนด้านบุคลากรที่จะต้องมีความชำนาญในอุปกรณ์แต่ละประเภท
  • ลดต้นทุนในการบริหารจัดการระบบจัดเก็บและปริมาณของข้อมูล
  • ลดความกังวลกับความซับซ้อนของฟอร์แมตในการจัดเก็บ
  • มีเจ้าหน้าที่จัดการดูแลรักษาล็อกไฟล์ให้มีความถูกต้องและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
  • ลดความเสี่ยงจากการที่ล็อกไฟล์จะถูกเปลี่ยนแปลงโดยผู้ไม่ประสงค์ดี
  • มีผู้เชี่ยวชาญช่วยทำการวิเคราะห์ล็อกไฟล์เพื่อหาสาเหตุกรณีระบบถูกบุกรุก
  • มีรายงานถึงสถานะของล็อกไฟล์ให้เป็นประจำทุกเดือน
Q4: 

บริการ Secure Log Management เหมาะกับกลุ่มลูกค้าใดบ้าง

A4: 

เหมาะกับองค์กรหรือบริษัทที่ระบบ IT อาทิเช่น Web Server, Database Server, Firewall ฯลฯ และต้องการเก็บข้อมูลล็อกไฟล์จากอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เป็น Centralize log ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

กลุ่มบริการธุรกิจความปลอดภัย CCTV Solution
Q1: 

บริการ CCTV Solution ที่นำมาให้บริการนั้น ใช้กล้องยี่ห้อใด

A1: 

ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของลูกค้า ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกได้

Q2: 

บริการ CCTV Solution ให้บริการในด้านใดบ้าง

A2: 

- บริการให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง

ให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง กล้องโทรทัศน์วงจรปิดชั้นนำจากทั่วโลก ตามความต้องการของลูกค้า รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ควบคุมและสั่งการ (Control Room) แบบครบวงจรพร้อมบริการหลังการขายและการบำรุงรักษาระบบอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้การเฝ้าระวังเหตุการณ์เป็นไปอย่างสมบรูณ์แบบ

- การฝึกอบรม

ฝึกอบรมบุคลากรให้เกิดความเข้าใจในการใช้งานระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานจริง รวมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

Q3: 

กล้อง CCTV แบบไร้สาย เหมาะกับการทำงานแบบใด

A3: 
  • งานที่มีค่า Bandwidth ในการส่งสัญญาณไม่มาก
  • งานที่ไม่มีโครงข่ายหลักรองรับ
  • งานที่ต้องการลดขั้นตอนการติดตั้ง เช่น บ้านที่มีการอยู่อาศัยแล้ว และไม่ต้องการเดินสายภายในบ้านอีก
Q4: 

กล้อง Analog กับกล้อง IP ต่างกันอย่างไรและแบบไหนดีกว่ากัน

A4: 

ความแตกต่างระหว่างกล้อง Analog กับกล้อง IP คือ

  • กล้อง Analog อินเตอร์เฟสหัวเป็น BNC ต่อด้วยสายสัญญาณ Coaxial ส่วน กล้อง IP อินเตอร์เฟด (RJ45) ต่อด้วยสายสัญญาณ LAN (cat5e) และ
  • มาตรฐานของภาพ และการปรับแต่งค่าในตัวกล้อง IP จะดีกว่า
  • ระบบกล้อง IP ดีกว่าในด้านการบริหารจัดการค่าต่างๆ ในตัวกล้อง และสามารถขยายเพิ่มกล้องในอนาคตได้ง่ายกว่าระบบ Analog
Q5: 

การติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV ควรเลือกใช้กล้องแบบไหน

A5: 

ควรพิจารณาจากหน้างาน โดยการสำรวจจุดติดตั้ง เพื่อออกแบบ และเลือกกล้องฯ ให้ตรงกับวัตถุประสงค์และสภาพแวดล้อมในบริเวณที่จะติดตั้ง เช่น ถ้าต้องการติดตั้ง เพื่อดูทรัพย์สินมีค่า เช่น ตู้ ATM ประตูเข้าออก ฯลฯ ต้องเลือกใช้กล้องที่มีเลนส์คุณภาพสูง แต่ถ้าต้องติดตั้งในตำแหน่งที่ค่อนข้างมืด มีแสงน้อย ก็ต้องเลือกใช้กล้องอินฟาเรด หรือถ้าเป็นการติดตั้งภายในต้องเลือกใช้กล้อง Indoor และถ้าเป็นกล้องภายนอกต้องเลือกเป็นกล้อง Outdoor ที่มีความทนต่อสภาพแวดล้อมภายนอกได้เป็นอย่างดี

Q6: 

ในกรณีที่ลูกค้ามีระบบกล้องเดิมเป็น Analog อยู่แล้ว สามารถติดตั้งกล้อง IP เพิ่มเติมไปในระบบได้หรือไม่

A6: 

สามารถติดตั้งกล้อง IP เพิ่มเข้าไปในระบบได้ โดยเพิ่มอุปกรณ์ Converter ในการแปลงสัญญาณภาพ

กลุ่มบริการธุรกิจความปลอดภัย Security Solution
Q1: 

บริการจัดวางระบบรักษาความปลอดภัยนั้น ให้บริการระบบใดบ้าง
 

A1: 

การให้บริการขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าต้องการระบบความปลอดภัยในลักษณะใด จะมีการปรับให้เหมาะสมกับความต้องการและระบบงานของลูกค้า

Q2: 

บริการให้คำปรึกษาด้านการวางนโยบายความปลอดภัยมีลักษณะอย่างไร

A2: 

เป็นการให้บริการการตั้งแต่การช่วยประเมินและตรวจสอบนโยบายด้านความปลอดภัยขององค์กร พร้อมทั้งกำหนดและปรับปรุงนโยบายด้านการรักษาความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้คำปรึกษาในการทำตามมาตรฐาน เช่น ISO 27001 รวมถึงจัดทำแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน (IT Contingency Plan) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจขององค์กร

Q3: 

บริการ Security Solution มีรูปแบบการให้บริการในลักษณะใดบ้าง

A3: 

บริการ Security Solution มีรูปแบบการให้บริการในลักษณะดังต่อไปนี้

  • IT Security Policy Consulting : บริการให้คำปรึกษาด้านการวางนโยบายความปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • IT Security System Integration : บริการจัดวางระบบรักษาความปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • IT Security Training : บริการอบรมด้านระบบรักษาความปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ
กลุ่มบริการธุรกิจความปลอดภัย IT Risk Management
Q1: 

 ในการตรวจสอบช่องโหวของระบบ IT องค์กร ลูกค้าจะได้รับประโยชน์ด้านใดบ้าง

A1: 

ประโยชน์ที่ได้รับจากการตรวจสอบช่องโหว่ระบบ IT (Vulnerability Assessment)

  • เพื่อเป็นแนวทางการป้องกันการบุกรุกระบบเครือข่ายขององค์กร
  • เพื่อตรวจสอบและทดสอบช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในระบบเครือข่าย
  • คำแนะนำและแนวทางการปิดช่องโหว่ เพื่อให้ระบบเครือข่ายมีความปลอดภัย ตามระดับความเสี่ยง สูง/กลาง/ต่ำ
  • ตรวจประเมินเพื่อความสอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับประเภทธุรกิจ เช่น SOX, PCI/DSS, HIPAA เป็นต้น
Q2: 

บริการทดสอบการบุกรุกระบบหรือ Penetration Test มีลักษณะอย่างไร

A2: 

Penetration Test เป็นการทดสอบระดับความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กร โดยจำลองเหตุการณ์การบุกรุก เพื่อทดสอบการเข้าสู่ระบบในลักษณะเดียวกับที่ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ในสถานการณ์จริงใน 2 รูปแบบคือ

  • External Scan เป็นการทดสอบการบุกรุกจากภายนอกองค์กร โดยจำลองการบุกรุกเข้าสู่เครือข่ายจากภายนอก ซึ่งจะมีการระบุช่วงวันและเวลาในการทดสอบการบุกรุกก่อนที่จะดำเนินการทดสอบจริง
  • Internal Scan เป็นการทดสอบการบุกรุกจากภายในองค์กร เพื่อทดสอบระดับความปลอดภัยของระบบจากการถูกเจาะระบบจากภายใน เสมือนผู้บุกรุกภายในองค์กร และค้นหาจุดเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายของระบบโดยรวม
Q3: 

ควรมีการตรวจสอบช่องโหว่อุปกรณ์ใดบ้างของระบบ IT

A3: 

ในการตรวจสอบช่องโหว่ของอุปกรณ์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กรควรมีการตรวจสอบและป้องกันกับทุกระบบ โดยควรเน้นระบบที่มีความสำคัญเช่น ระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบเน็ตเวิร์ค และระบบรักษาความปลอดภัยของระบบไอทีภายในองค์กร

Q4: 

บริการนี้ช่วยในการประเมินความเสี่ยงของระบบในลักษณะใดบ้าง

A4: 

บริการด้านการประเมินความเสียงของระบบ IT มี 2 ลักษณะคือ

  • Vulnerability Assessment (บริการตรวจสอบช่องโหว่ของระบบ)

เป็นบริการตรวจสอบช่องโหว่ของระบบ เช่น ช่องโหว่ในกระบวนการทำงานระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบเน็ตเวิร์ค และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย เป็นต้น ซึ่งหากเป็นช่องโหว่ที่ไม่ได้รับการดูแลอาจทำให้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศถูกบุกรุกจนถึงขึ้นวิกฤตได้

  • Penetration Test (บริการทดสอบการบุกรุกระบบ)

เป็นการทดสอบระดับความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยจำลองเหตุการณ์การบุกรุก เพื่อทดสอบการเข้าสู่ระบบในลักษณะเดียวกับที่ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ในสถานการณ์จริง

กลุ่มบริการธุรกิจความปลอดภัย Secure Remote Access
Q1: 

บริการ Secure Remote Access ช่วยให้มีความปลอดภัยได้อย่างไร

A1: 

บริการ Secure Remote Access เป็นบริการที่ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบ IT ภายในองค์กร ในลักษณะของ SSL VPN (Secure Sockets Layer virtual private network) ด้วยวิธีการเข้ารหัสข้อมูลในการเชื่อมต่อเป็นระบบเครือข่ายเสมือนจากต้นทางไปยังปลายทาง และยังเพิ่มความสะดวกสำหรับผู้ใช้ สามารถเชื่อมต่อมาจากที่ใดก็ได้

Q2: 

บริการ Secure Remote Access มีคุณสมบัติการทำงานด้านใดบ้าง

A2: 

บริการ Secure Remote Access ช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลโดย

  • สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ ทุกเวลา เสมือนนั่งทำงานอยู่ภายในออฟฟิศ
  • ไม่ต้องลงทุนจัดซื้อซอฟต์แวร์
  • ไม่ต้องจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญในการดูแลระบบ
  • ใช้งานสะดวก ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม ใช้งานง่ายผ่านเว็บบราวเซอร์ จากโน้ตบุ๊ก พีดีเอ หรือโทรศัพท์มือถือ และรับรองทุกระบบปฏิบัติการ

 

บริการ Secure Remote Access ช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัยโดย

  • เข้ารหัสข้อมูลที่รับ-ส่งผ่านเครือข่าย
  • รองรับการใช้เวอร์ชวลคีย์บอร์ดในการล็อกอิน
  • รับรอง Two-Factor Authentication ด้วยการใช้ Token ร่วมกับพาสเวิร์ด
  • เสริมความปลอดภัยเมื่อเลิกใช้งาน โดยทำการลบข้อมูลการเชื่อมต่อทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน
  • รองรับการกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลผ่าน LDAP และ Radius
  • ตัดการติดต่อโดยอัตโนมัติ (Session Time Out)
Q3: 

บริการ Secure Remote Access เหมาะกับกลุ่มลูกค้าใดบ้าง

A3: 

เหมาะกับองค์กรหรือบริษัทที่ต้องการให้พนักงานสามารถ Remote หรือเชื่อมต่อจากภายนอกเข้าสู่ระบบ IT ภายในองค์กรได้อย่างปลอดภัย

กลุ่มบริการธุรกิจความปลอดภัย All@Secure
Q1: 

บริการ All@Secure ลูกค้าสามารถซื้ออุปกรณ์ไปติดตั้งโดยไม่ต้องเช่าได้หรือไม่

A1: 

กรณีลูกค้าต้องการซื้ออุปกรณ์ที่มีลักษณะการทำงานแบบเดียวกับบริการ All@Secure ทาง CAT cyfence ก็สามารถให้คำปรึกษาและจัดหาอุปกรณ์ให้ตามความต้องการของลูกค้าได้

Q2: 

บริการ All@Secure สามารถส่ง Log Files ไปยังระบบจัดเก็บล็อกได้หรือไม่

A2: 

สามารถกำหนดให้ส่งล็อกไฟล์มายัง Syslog Server ได้

Q3: 

บริการ All@Secure นั้น support 2 WAN Link ได้หรือไม่

A3: 

สามารถรองรับการใช้งาน 2 WAN Link ได้ และสามารถบริหาร Bandwidth ระหว่าง 2 Link ได้ และหากระหว่าง 2 WAN Link ใดไม่ทำงานระบบจะปรับการทำงานให้อัตโนมัติ

Q4: 

บริการ All@Secure มีคุณสมบัติการทำงานด้านใดบ้าง

A4: 

บริการ All@Secure เป็นบริการที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยภายในเครือข่ายโดยมีฟังก์ชั่นการทำงานด้าน

  • Firewall : ควบคุมและตรวจสอบการเข้า/ออกข้อมูลยังเครือข่ายของลูกค้า
  • Intrusion Prevention System (IPS) : เผ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกินขึ้นบนเครือข่าย
  • Gateway Antivirus : คัดกรองไวรัสและสแปมไม่ให้เข้ามาในระบบเครือข่าย
  • Web Filtering : คัดกรองเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม ที่อาจเป็นภัยต่อระบบเครือข่ายขององค์กร
  • Application Control : ควบคุมแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่ใช้งานบนอินเทอร์เน็ต เช่น facebook, Twitter
  • VPN (Virtual Private Network) : การเข้ารหัสข้อมูลในการ Remote เข้าสู่ระบบเครือข่ายขององค์กร
  • Instant Messenger Blocking/Monitoring
  • P2P File Sharing Blocking/Monitoring
Q5: 

กลุ่มลูกค้าของบริการ All@Secure มีใครบ้าง

A5: 

กลุ่มลูกค้า SME หรือหน่วยงานขนาดเล็ก เนื่องเป็นอุปกรณ์ที่รองรับการทำงานของลูกค้าที่มีจำนวนผู้ใช้งาน (User) อินเทอร์เน็ตพร้อมกันประมาณ 50 - 100 User

กลุ่มบริการธุรกิจความปลอดภัย Email Security
Q1: 

หากลูกค้าต้องการอุปกรณ์บริการ Email Security ไปติดตั้งที่ออฟฟิศของลูกค้ามากกว่า จะทำอย่างไร

A1: 

กรณีที่ลูกค้ามีจำนวน Mailboxes หรือ Email Account จำนวนมาก และต้องการบริหารจัดการเอง CAT Cyfence สามารถให้คำแนะนำ จัดหา และติดตั้งอุปกรณ์ Email Security ดังกล่าว ให้กับลูกค้าได้ และสามารถให้ทดลองใช้งานอุปกรณ์ได้ด้วย

Q2: 

ในการตรวจสอบเมล์ส่งออกของบริการ Email Security กรณีการกรองรูปภาพนั้นจะตรวจสอบที่ลักษณะของไฟล์หรือขนาดของไฟล์

A2: 

การส่งรูปภาพนั้นจะตรวจสอบทั้งลักษณะของเนื้อหา หรือ Content ข้างในไฟล์ และตรวจสอบขนาดข้อมูลในการส่งออกทั้งหมดจะต้องไม่เกินขนาดที่กำหนดไว้

Q3: 

ลูกค้าต้องใช้ CAT Internet Service เท่านั้นหรือเปล่า ถึงจะใช้บริการ Email Security ได้

A3: 

ไม่จำเป็น ไม่ว่าลูกค้าจะใช้ Internet ของ ISP รายใด ก็ใช้สามารถบริการ Email Security ได้

Q4: 

กรณีลูกค้าต้องการใช้บริการ Email Security แต่ไม่มีระบบเมล์ขององค์กร สามารถใช้บริการได้หรือไม่

A4: 

สามารถใช้ได้ โดยสามารถใช้บริการ Secure Mail Hosting ร่วมกับบริการ Email Security

Q5: 

กรณีระบบ Mail ที่ลูกค้าใช้งานอยู่ down ไม่สามารถรับเมล์ได้ในช่วงเวลาดังกล่าว ระบบของบริการ Email Security จะมีการเก็บเมล์ที่ส่งไม่ได้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวไว้ให้หรือไม่

A5: 

ระบบของบริการ Email Security จะมีการเก็บไว้ให้ 30 วัน นับจากเวลาการรับข้อมูลเมล์เข้ามา และจะมีการส่งใหม่ให้ทุกๆ 5 นาที จนกว่าการส่งจะเรียบร้อย

Q6: 

กรณีที่ลูกค้ามี DNS เป็นของตัวเอง เขาจะสามารถใช้บริการ Email Security ได้หรือเปล่า

A6: 

สามารถใช้บริการได้ แค่ให้ลูกค้าเปลี่ยน MX Record ในการส่งเมล์มาผ่านระบบ Email Security ก่อน ก็สามารถใช้งานได้แล้ว

Q7: 

บริการ Email Security จำเป็นไหมที่ลูกค้าต้องฝาก Domain ไว้ที่ DNS ของ CAT

A7: 

ไม่จำเป็น ลูกค้าจะฝาก Domain ไว้ที่ไหนก็สามารถใช้บริการได้

Q8: 

บริการ Email Security มีจุดเด่น หรือมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

A8: 

บริการ Email Security ได้นำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยเมล์ ทำให้ได้รับประโยชน์ในการตรวจสอบเมล์ที่หลากหลาย อาทิเช่น

  • Email Firewall ช่วยป้องกัน Denial of Service (DoS) Attack และ Directory Harvest Attack
  • Spam Detection ช่วยป้องกัน Spam และ Phishing attack
  • Virus Protection ช่วยป้องกันไวรัส (Virus) หนอนคอมพิวเตอร์ (Worm) และโทรจัน (Trojan) ที่อาจติดมากับอีเมล์
  • Zero-Hour Anti-Virus ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสในระยะแรกสุด ก่อนที่จะมีการอัพเดทของ Antivirus Signature
  • Content Compliance ช่วยป้องกันการส่งข้อมูลที่ไม่เหมาะสมออกสู่ภายนอกองค์กรโดยการตรวจสอบจากข้อความในอีเมล์ หรือไฟล์ที่แนบไปกับอีเมล์
  • Digital Asset Security ช่วยรักษาสินทรัพย์ทางปัญญาที่มีค่าขององค์กร และเอกสารที่เป็นความลับต่างๆ ไม่ให้รั่วไหลออกไปภายนอกผ่านทางอีเมล์
  • Regulatory Compliance ช่วยปกป้องข้อมูลที่ไม่ควรถูกเปิดเผย โดยการกำหนดกลุ่มคำศัพท์และกำหนดกฎเกณฑ์รูปแบบของข้อมูล ที่ถูกส่งผ่านทางอีเมล์
Q9: 

บริการ Email Security มีรูปแบบบริการอย่างไร

A9: 

บริการ Email Security มีรูปแบบในการช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเมล์ตั้งแต่อินเทอร์เน็ตเกตเวย์ ให้กับลูกค้าคือ

1. Inbound Email Security: เป็นการป้องกันเมล์ที่เข้าสู่องค์กร ในรูปแบบของ

  • Email Firewall: ป้องกัน Denial of Service (DoS) attack และ Directory Harvest Attack
  • Spam Detection: ป้องกัน Spam, Adult content และ Phishing attack
  • Virus Protection: ป้องกันไวรัสที่ติดมากับ Email หนอนคอมพิวเตอร์ (Worm) โทรจัน (Tojan) ฯลฯ
  • Zero-Hour Antivirus: ป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสตัวใหม่ๆ ที่ยังไม่มีการอัพเดทของ Antivirus Signature

2. Outbound Email Security:

  • Content Compliance: กำหนดนโยบายตรวจสอบข้อความในเมล์ รวมทั้งไฟล์ที่แนบไปกับเมล์ด้วย
  • Digital Asset Security: ช่วยรักษาสินทรัพย์ทางปัญญาที่มีค่าขององค์กร และเอกสารที่เป็นความลับต่างๆ ไม่ให้รั่วไหลออกไปภายนอก
  • Regulatory Compliance: กำหนดกลุ่มคำศัพท์และกำหนดกฎเกณฑ์ รูปแบบของข้อมูลที่ไม่ควรถูกเปิดเผย
กลุ่มบริการธุรกิจความปลอดภัย Secure Mail Hosting
Q1: 

ถ้าลูกค้าขอใช้บริการ Secure Mail Hosting และต้องการจดทะเบียนโดเมนเนมด้วย ต้องทำอย่างไร

A1: 

สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ แจ้งขอใช้บริการจดทะเบียนโดเมนตามชื่อที่ต้องการ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีแบบฟอร์มการสั่งซื้อโดเมนให้กรอกข้อมูล

Q2: 

กรณีลูกค้าไม่มีโดเมน หรือ url สำหรับใช้บริการ Secure Mail Hosting จะขอใช้บริการโดเมนฟรีได้หรือไม่

A2: 

กรณีลูกค้าไม่มีโดเมน และไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน สามารถขอใช้บริการฟรีได้

Q3: 

ถ้าลูกค้ามี Domain และมีการใช้เมล์จากผู้ให้บริการรายอื่นแล้ว สามารถเปลี่ยนมาใช้บริการ Secure Mail Hosting ของ CAT cyfence ได้หรือไม่

A3: 

สามารถใช้ได้ โดยสามารถนัดวันเริ่มใช้บริการ เพื่อเปลี่ยนมาใช้งานที่ CAT cyfence

Q4: 

บริการ Secure Mail Hosting มีจุดเด่นของบริการอย่างไร

A4: 

ด้วยบริการ Secure Mail Hosting ผู้ใช้บริการสามารถ

  • บริหารจัดการอีเมล์เองได้ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดสิทธิ์ การกำหนดพื้นที่การใช้งานหรือการจัดกลุ่มผู้รับ-ส่งอีเมล์ต่างๆ
  • เลือกใช้งานผ่านเว็บบราวเซอร์หรือโปรแกรมอีเมล์ทั่วไปได้ เช่น Outlook หรือ Thunderbird
  • ทำการนัดหมายการประชุมหรือกิจกรรมต่างๆผ่านระบบปฏิทินออนไลน์
  • เพิ่มจำนวนอีเมล์ตามจำนวนผู้ใช้งานได้อย่างไม่จำกัด
  • อัพโหลดหรือดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูล รวมทั้งแชร์ข้อมูลขนาดใหญ่ให้ผู้อื่นในระบบได้
  • รับส่งอีเมล์ได้อย่างปลอดภัยด้วยระบบตรวจสอบและกำจัดไวรัสและระบบคัดกรองอีเมล์ขยะ
Q5: 

บริการ Secure Mail Hosting มีฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างไรบ้าง

A5: 

บริการพื้นที่เมล์ที่พร้อมด้วยฟังก์ชั่นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น

  • Anti-Spam: มีระบบตรวจสอบและกำจัดไวรัสและสแปม
  • Auto Reply: สามารถกำหนดข้อความตอบกลับอัตโนมัติในขณะที่ผู้ใช้งานไม่สะดวกรับเมล์ได้
  • Calendar: ระบบปฏิทินออนไลน์ ที่สามารถบันทึกการนัดหมาย การประชุม หรือกิจกรรมต่างๆ และสามารถ Share ข้อมูลกันภายในองค์กรได้
  • Share File/Upload File: สามารถอัพโหลดหรือดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและแชร์ข้อมูลให้ผู้อื่นในระบบได้
  • SMTP/POP3/IMAP: สามารถเลือกใช้งานผ่าน Web Browser หรือ Mail Client ทั่วไปได้ อาทิเช่น Outlook, Thunder-bird
  • Web Management: ง่ายต่อการบริหารจัดการ Account ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดสิทธ์พื้นที่การใช้งานผ่านเว็บไซต์ได้
  • RSS Feed: อัพเดทข้อมูลที่สนใจบนเว็บเมล์ของผู้ใช้งานด้วยระบบ RSS Feed
Q6: 

บริการ Secure Mail Hosting มีรูปแบบการให้บริการอย่างไร

A6: 

บริการ Secure Mail Hosting เป็นการเช่าพื้นที่เมล์แบบไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้งาน มีรูปแบบการใช้งานสะดวกง่ายดาย ลูกค้าสามารถบริหารจัดการระบบได้ด้วยตัวเอง

กลุ่มบริการธุรกิจความปลอดภัย Managed Security Service
Q1: 

บริการมีจุดเด่นอย่างไรบ้าง

A1: 

บริการ Managed Security Service การให้บริการ Outsourcing ในการเฝ้าระวังภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของลูกค้า ผ่านศูนย์ปฏิบัติการ Security Operation Center (SOC) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO270001 แบบ Real-Time ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้เชี่ยวชาญจะทำการแจ้งเตือน ประสานงาน แก้ไขปัญหา และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานั้นซ้ำอีก

Q2: 

ลูกค้าจะได้รับประโยชน์ใดบ้างจากการใช้บริการ Managed Security Service

A2: 

• สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่องค์กร ลูกค้า พันธมิตร และนักลงทุน

• เพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

• ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนจัดหาอุปกรณ์และพัฒนาบุคลากรเพื่อการดูแลและบริหารจัดการระบบรักษาความปลอดภัย

• สรุปข้อมูลและจัดทำรายงาน รวมทั้งวิเคราะห์ เพื่อใช้เป็นแนวทางใน

• การกำหนดและปรับปรุงนโยบายขององค์กรต่อไป

Q3: 

ลักษณะบริการ Managed Security Service เป็นอย่างไรบ้าง

A3: 

บริการดูแลและบริหารจัดการระบบรักษาความปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศใน 3 ระดับ

  • Level 1 – Security Monitoring Service

ทำการเฝ้าระวังและตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นที่อุปกรณ์หรือระบบเครือข่ายขององค์กรแบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทำการแจ้งเตือนหากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติอย่างทันท่วงที

  • Level 2 – Incident Management Service

บริหารและตอบสนองต่อเหตุการณ์บุกรุก พร้อมให้ความช่วยเหลือและทำการแก้ไขปัญหา โดยทีม CAT CSTRT (Computer Security Incident Response Team) จะทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอีกทั้งให้คำแนะนำเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต

  • Level 3 – Configuration Management Service

บริหารจัดการระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร โดยให้คำแนะนำในการบริหารจัดการค่าคอนฟิกของระบบและอุปกรณ์ในเครือข่าย รวมไปถึงการกำหนด แก้ไขหรือเพิ่มเติมนโยบาย (Policy) สำหรับอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

Q4: 

บริการ Managed Security Service เหมาะกับลักษณะการใช้งานอย่างไรบ้าง

A4: 

บริการ Managed Security Service เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความปลอดภัยด้านข้อมูลในระดับสูง หรือระบบงานที่มีความเสี่ยงสูง อาทิเช่น สถาบันการเงิน เป็นต้น

กลุ่มบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ CAT 001
Q1: 

วิธีการคิดอัตราค่าบริการCAT 001

A1: 

คิดขั้นต่ำ 1นาที นาทีต่อไปคิดเป็นหน่วยๆละ 6 วินาที เศษของหน่วยคิดเป็น 1 หน่วย แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา

อัตราปกติ : ระหว่างเวลา จ7.00 น. – 21.00 น. (วันอาทิตย์คิดตามอัตราประหยัด)

อัตราปกติ : ระหว่างเวลา 21.00 น. – 24.00 น. และระหว่างเวลา 05.00 น. – 07.00 น.

อัตราลด : ระหว่างเวลา 24.00 น. – 05.00 น.

Q2: 

ช่องทางการชำระค่าบริการ CAT 001 มีกี่ช่องทาง

A2: 

การชำระค่าบริการสามารถชำระได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า กสท ทุกแห่งทั่วประเทศ, เคาท์เตอร์เซอร์วิส, หักผ่านบัญชีธนาคาร, ฯลฯ

Q3: 

อยากทราบวิธีกดโทร และส่งแฟกซ์ไปต่างประเทศผ่าน CAT 001

A3: 

กด 001 >> รหัสประเทศ >> รหัสเมือง/รหัสโทรศัพท์เคลื่อนที่ >> หมายเลขปลายทาง

Q4: 

บริการ CAT 001 สามารถเรียกออกได้จากโทรศัพท์อะไรบ้าง

A4: 

บริการ CAT 001 สามารถเรียกออกได้จากเบอร์บ้าน เบอร์สำนักงาน และเบอร์มือถือทุกเครือข่าย ทั้ง AIS, DTAC, TrueMove, HUTCH และCAT cdma

กลุ่มบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ CAT 009
Q1: 

วิธีการคิดอัตราค่าบริการCAT 009

A1: 

คิดขั้นต่ำ 1นาที นทีต่อไปคิดเป็นหน่วยๆละ 6 วินาที เศษของหน่วยคิดเป็น 1 หน่วย แบ่งเป็นปลายทางโทรศัพท์พื้นฐาน และปลายทางโทรศัพท์มือถือ

Q2: 

อยากทราบวิธีกดโทรไปต่างประเทศผ่าน CAT 009

A2: 

กด 009 >> รหัสประเทศ >> รหัสเมือง/รหัสโทรศัพท์เคลื่อนที่ >> หมายเลขปลายทาง

Q3: 

สามารถโทรออกได้จากโทรศัพท์อะไรบ้าง

A3: 

สามารถโทรออกได้จากเบอร์บ้าน เบอร์สำนักงาน และเบอร์มือถือทุกเครือข่ายทั้ง AIS DTAC TrueMove HUTCH และCATcdma

กลุ่มบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ CAT audio conference
Q1: 

การคิดค่าบริการ ของ CAT audio conference

A1: 

คิดค่าใช้ระบบ 6 บาท/นาที/สาย โดยถ้าเป็นแบบผู้เข้าร่วมประชุมโทรเข้ามาหาระบบ(Dial In) จะเสียอัตราค่าใช้บริการโทรศัพท์ของประเทศผู้เข้าร่วมประชุม และถ้าเป็นแบบให้โอเปอเรเตอร์เป็นผู้ติดต่อผู้เข้าร่วมประชุม (Dial Out) จะคิดตามอัตรา CAT 001 ในกรณีปลายทางอยู่ต่างประเทศ และอัตรา Local ในกรณีปลายทางอยู่ในประเทศ

Q2: 

บริการ CAT Audio Conference สามารถใช้ได้กี่สายต่อการประชุม 1 ครั้ง

A2: 

สามารถใช้พร้อมกัน 240 คู่สาย

Q3: 

เบอร์ที่ใช้จองห้องประชุมของบริการ CAT Audio Conference คือเบอร์อะไร

A3: 

02-104-6004

Q4: 

ทำไมต้องใช้บริการ CAT audio conference

A4: 

ช่วยให้คุณประหยัดค่าเดินทาง ค่าห้องประชุม ค่าที่พัก รวมทั้งประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย เพราะสามารถจัดประชุมได้แม้อยู่คนละมุมโลก และบริการ CAT audio conference ยังใช้ระบบ Conference Bridge ที่ทันสมัย ทำให้มั่นใจได้ในคุณภาพเสียงที่ชัดเจน และยังมีระบบป้องกันการดักฟังและใช้รหัสเพื่อเข้าใช้งาน และยังมีบริการเสริม เช่นผู้ช่วยการประชุม ในการต่อสายถึงผู้เข้าร่วมประชุม สามารถเข้าฟังการประชุมย้อนหลังได้ และมีบริการบันทึกการประชุมลงแผ่น CD พร้อมจัดส่ง

Q5: 

มีค่าธรรมเนียมรายเดือนหรือไม่

A5: 

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือนใดๆ จะมีการคิดค่าใช้บริการต่อเมื่อมีการใช้งานเท่านั้น

Q6: 

CAT audio conference ต้องมีอุปกรณ์เพิ่มเติมหรือไม่

A6: 

ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ใดเพิ่มเติม สามารถใช้จากโทรศัพท์ได้ทุกที่ทั่วโลก

กลุ่มบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ CAT international call forward
Q1: 

ถ้าต้องการใช้บริการ จะต้องทำอย่างไร

A1: 

ผู้สนใจสามารถติดต่อใช้บริการได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้า CAT สาขาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสำนักงานบริการลูกค้า CAT ทั่วประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ฝ่ายธุรกิจโทรศัพท์ระหว่างประเทศ โทร. 0 2104 3378 และ 0 2104 4516-7

Q2: 

อัตราค่าใช้บริการในการรับสายคิดอย่างไร

A2: 

ลูกค้าจากเสียค่ารับสายให้กับ CAT ตามอัตราค่าใช้บริการ CAT 009 ตามประเทศที่เดินทางไป เช่น รับสายอเมริกา จะเสียค่ารับสายนาทีละ 3 บาทเท่านั้น (อัตราค่าใช้บริการดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

Q3: 

ในประเทศไทยสามารถหาซื้อ SIM Card ต่างประเทศได้จากที่ใดได้บ้าง

A3: 

ลูกค้าสามารถหาซื้อได้จาก website

Q4: 

วิธีการตั้งค่าโอนสาย ตั้งอย่างไร

A4: 

เมนู >> ตั้งค่า >> การโทร >> โอนสาย >> โอนทุกสาย >> ใส่เบอร์พื้นฐานที่ CAT กำหนดให้ลูกค้า

Q5: 

อัตราค่าบริการสำหรับการโทรกลับประเทศไทยคิดอย่างไร

A5: 

คิดตามอัตรา SIM Card ต่างประเทศที่ลูกค้าเลือกใช้งาน

กลุ่มบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ CAT thaicard
Q1: 

ถ้าใช้งานบัตร CAT thaicard จากไทยไปต่างประเทศคิดอัตราค่าใช้บริการอย่างไร

A1: 

คิดอัตราค่าใช้บริการ CAT 001

Q2: 

กรณีที่ใช้งานบัตร CAT thaicard โทรจากโรงแรมในต่างประเทศ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับโรงแรมหรือไม่

A2: 

ต้องตรวจสอบกับโรงแรมก่อนใช้บริการอาจมีค่าใช้จ่ายตามที่โรงแรมกำหนด

Q3: 

กรณีเดินทางไปต่างประเทศและเปิด International Roaming ผ่านผู้ให้บริการมือถือ แล้วใช้บัตร CAT thaicard ด้วยจะเสียค่าใช้จ่ายอย่างไร

A3: 

จะต้องเสียค่า International Roaming และค่า Local Call ให้กับผู้ให้บริการมือถือ ส่วนอัตราค่าใช้บริการจากต่างประเทศกลับเมืองไทยจะถูกหักผ่านบัตร CAT thaicard

Q4: 

เมื่อนำ CAT thaicard ไปใช้งานที่ต่างประเทศ มีวิธีการใช้งานอย่างไร

A4: 

กดเบอร์เรียกเข้าระบบ(แต่ละประเทศจะมีเบอร์เรียกเข้าระบบต่างกัน) > กดเลือกภาษา > กดรหัสบัตรตามด้วย# > กดเลขหมายโทรศัพท์ตามด้วย #

Q5: 

CAT thaicard สามารถโทรไปได้กี่ปลายทาง

A5: 

231 ปลายทางทั่วโลก และสามารถโทรกลับจาก 37 ประเทศต้นทางกลับมาเมืองไทย และโทรไปประเทศที่สามได้

กลุ่มบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ CAT phonenet
Q1: 

มีจำหน่ายที่ไหนบ้าง และราคากี่บาท

A1: 
  • มีจำหน่ายในรูปแบบบัตร 3 ราคา คือ 200 , 300 และ 500 บาท ที่สำนักงานบริการลูกค้า CAT ทุกสาขา, Tops , BEtrend , ศูนย์หนังสือจุฬา
  • มีจำหน่ายในรูปแบบสลิปมูลค่า 300 , 500 และ 1,000 บาท ที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงเทพ , ธนาคารกรุงศรีฯ และ ธนาคารกรุงไทย
  • มีจำหน่ายในรูปแบบสลิปมูลค่า 100 , 300 และ 500 บาท ที่ เคาน์เตอร์เทสโก้ โลตัสทุกสาขา , U Top Up ที่ไปรษณีย์ไทย

สามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายเพิ่มเติมได้ที่ www.cattelecom.com

Q2: 

บัตร CAT phonenet สามารถใช้งานได้จากโทรศัพท์อะไรบ้าง

A2: 

สามารถใช้งานได้จากเบอร์มือถือ เบอร์บ้าน และโทรศัพท์สาธารณะ

Q3: 

บัตร CAT phonenet สามารถเติมเงินได้หรือไม่

A3: 

สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียน A.-No.ลูกค้าต้องซื้อบัตรใหม่เพื่อที่จะนำรหัสบัตรใหม่มาเติมเข้าสู่รหัสบัตรเก่า ดังนี้

กด 1544 > กด เลือกภาษา > กดรหัสบัตรหลักตามด้วย # > กด 21# >กดรหัสบัตรใหม่ที่ต้องการเติมเข้ากับบัตรเดิมตามด้วย #

สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้ลงทะเบียน A.No. ไม่สามารถเติมเงินได้ลูกค้าต้องใช้รหัสบัตรใหม่เท่านั้น

Q4: 

บัตร CAT phonenet สามารถ register A.No. ได้กี่เลขหมาย

A4: 

5 เลขหมาย

Q5: 

บัตร CAT phonenet สามารถนำไปใช้ที่ต่างประเทศกลับมาเมืองไทยได้หรือไม่

A5: 

นำไปใช้ได้เฉพาะที่ประเทศอเมริกาโทรกลับมาเมืองไทยเท่านั้น

Q6: 

เบอร์ที่ใช้เรียกเข้าระบบของบัตร CAT phonenet คือเบอร์อะไร

A6: 

1544(เบอร์เรียกเข้าระบบฟรี) กดเบอร์ 1544 จากเบอร์บ้านจะไม่เสียค่าบริการครั้งละ 3 บาท หรือกดจากเบอร์มือถือ   จะไม่เสียอัตราค่าใช้บริการที่มือถือเรียกเก็บ

กลุ่มบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ CAT2call plus prepaid
Q1: 

ถ้าต้องการตรวจสอบการใช้งานและยอดเงินคงเหลือ สามารถทำอย่างไรได้บ้าง

A1: 

ผู้ใช้บริการสามารถเข้าไปเช็ครายละเอียดการโทรได้ที่เว็บไซต์ www.cat2callplus.com/voipbilling/customer

Q2: 

ถ้าเงินหมดจะเติมเงินได้อย่างไร และถ้าขณะนำไปใช้งานที่ต่างประเทสจะเติมเงินได้อย่างไร

A2: 

ผู้ใช้บริการสามารถเติมเงินบริการ CAT2call plus prepaid ได้ที่

  1. สำนักงานบริการลูกค้า CAT ทั่วประเทศ
  2. จุดรับชำระ Counter Service ทั่วประเทศ

* ซึ่งผู้ใช้งานที่ต่างประเทศสามารถให้คนที่ประเทศไทยเติมให้ได้ เพียงเเค่บอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการเติมกับเจ้าหน้าที่

Q3: 

CAT2call plus prepaid ต่างกับ CAT2call plus อย่างไร

A3: 

CAT2call plus prepaid ได้ปรับให้สะดวกมากขึ้น โดยสามารถเติมเงินได้ และไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน(ไม่มีใบแจ้งค่าใช้บริการไปเรียกเก็บ) ซึ่งบริการ CAT2call plus จะมีค่าธรรมเนียมรายเดือน 200 บาท และจะมีใบแจ้งค่าใช้บริการไปเรียกเก็บ โดยบริการCAT2call plus prepaid ยังสามารถช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

กลุ่มบริการสื่อสารข้อมูล CAT THIX, CAT NIX
Q1: 

หากต้องการใช้บริการ CAT THIX&CAT NIX ต้องทำอย่างไร

A1: 

ลูกค้าที่ใช้บริการ CAT THIX&CAT NIX ได้จำเป็นต้องมี Autonomous system (AS) Number เป็นของตัวเอง เพื่อประโยชน์ในการจัดกลุ่ม IP ของลูกค้าให้อยู่ใน Policy เดียวกัน อีกทั้งต้องเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ได้รับ license จาก Regulator ในประเทศไทยด้วย หาก ISP ต้องการใช้บริการสามารถติดต่อผ่านทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าผู้ประกอบการ หรือโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 1322

กลุ่มบริการสื่อสารข้อมูล CAT Ethernet, CAT MPLS
Q1: 

มีความต้องการใช้บริการวงจรสื่อสารข้อมูลเพื่อติดต่อสื่อสารกันระหว่างสาขาของบริษัทที่มีถึง 4 สาขา โดยอยากได้เป็นการให้บริการแบบที่มองเห็นทั้ง 4 สาขาอยู่ในวง LAN เดียวกันและพร้อมที่เพิ่มหรือปรับเปลี่ยน Bandwidth ได้อย่างคล่องตัว ควรจะใช้บริการใดดี?

 

A1: 

สามารถ ใช้บริการ ของ กสท ได้ 2 บริการด้วยกันคือ

1CAT Ethernet

2CAT MPLS

โดยบริการทั้งสองสามารถให้บริการในรูปแบบที่ บริษัทฯ ต้องการได้โดยสามารถเชื่อมต่อกับสาขาอื่นๆโดยมีรูปแบบเสมือนอยู่ในวง LAN เดียวกัน แต่ บริการทั้งสองมีความแตกต่างกันในประการที่สำคัญคือ

CAT Ethernet ลูกค้าสามารถกำหนด IP ของวง LAN เพื่อใช้บริการได้เอง เพราะเป็นการให้บริการที่ระดับ Layer 2 แต่ CAT MPLS เนื่องจากให้บริการในระดับ Layer 3 ดังนั้น ผู้กำหนด IP address จึงถูกกำหนดโดยผู้ให้บริการ ซึ่งก็คือ กสท เป็นผู้กำหนดนั่นเอง

กลุ่มบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ CAT2call plus
Q1: 

จำเป็นหรือไม่ที่ต้องซื้ออุปกรณ์กับ CAT เมื่อต้องการขอใช้บริการ

A1: 

ไม่จำเป็น หากมีอุปกรณ์แปลงสัญญาณ (IAD- Internet Access Device, voice gateway) อยู่แล้วก็สามารถขอใช้กับ CAT ได้ โดย CAT จะให้เบอร์ 02-402-XXXX และจะแนะวิธีการต้งค่า หรือหากมี Smart phone เช่น I phone หรือ มือถือ Android รวมไปถึงใช้บน Notebook ก็ได้ เพียงลงโปรแกรมที่เป็น Softphone เพิ่มเติมเท่านั้น

Q2: 

โปรแกรม Softphone คืออะไร

A2: 

เป็นโปรแกรมที่ช่วยให้ Notebook หรือ โทรศัพท์มือถือที่เป็น Smart phone สามารถใช้งานโทรศัพท์แบบ VoIP ได้ เช่นโปรแกรม x-lite สำหรับคอมพิวเตอร์ หรือ 3CX สำหรับ Smart phone

Q3: 

หากใช้งานแล้วพบเหตุขัดข้องต้องทำอย่างไร

A3: 

สามารถติดต่อพนักงานของ CAT ได้ตลอด 24 ชม. ที่หมายเลข 02-104-7045

Q4: 

ถ้าพักอาศัยอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัยจะสามารถใช้งานบริการ CAT2call plus ได้หรือไม่

A4: 

สามารถใช้งานได้ถ้าหากทางมหาวิทยาลัยมีอินเตอร์เน็ตไว้สำหรับให้นักศึกษาใช้งาน แต่ทั้งนี้บางมหาวิทยาลัยมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น ทำให้นักศึกษาต้อง Login ด้วยรหัสนักศึกษาก่อน ซึ่งอุปกรณ์ IAD หรือ IP Phone ยังไม่รองรับการ Login ดังกล่าว CAT จึงขอแนะนำให้ใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือที่เป็น Smart phone หรือ Notebook แทน

Q5: 

ถ้าที่พักอาศัยไม่มีสาย LAN จะสามารถใช้งานบริการ CAT2call plus ได้หรือไม่

A5: 

สามารถใช้งานได้ โดยใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือที่เป็น Smart phone หรือ Notebook ที่ลงโปรแกรม Softphone เรียบร้อยแล้ว โดยเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตในรูปแบบแบบ Wireless LAN แทน

Q6: 

สามารถนำไปใช้งานที่ต่างประเทศได้หรือไม่

A6: 

สามารถนำไปใช้ได้เพียงนำอุปกรณ์แปลงสัญญาณ(IAD- Internet Access Device) เชื่อมต่อกับอินเตอร์เนต และโทรศัพท์ทั่วไป ก็สามารถใช้งานได้ และยังสามารถใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือที่เป็น Smart phone เช่น I phone หรือ มือถือ Android รวมไปถึงใช้บน Notebook ก็ได้ เพียงลงโปรแกรมที่เป็น Softphone เพิ่มเติมเท่านั้น

Q7: 

CAT2call plus สามารถโทรหา CAT2call plus ด้วยกันฟรีใช่หรือไม่

A7: 

ใช่ ดังนั้นจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีคนรู้จักอยู่ต่างประเทศ และมีการติดต่อกันเป็นประจำ อีกทั้งยังเหมาะกับบริษัทที่มีสาขาหลายสาขา ซึ่งจะสามารถช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก

Q8: 

หากต้องการจะใช้ CAT2call plus ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

A8: 

ต้องมีอุปกรณ์แปลงสัญญาณ (IAD- Internet Access Device, voice gateway) อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์ทั่วไป หรือ IP-phone นอกจากนี้บริการ CAT2call plus ยังสามารถใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือที่เป็น Smart phone เช่น I phone หรือ มือถือ Android รวมไปถึงใช้บน Notebook ก็ได้ เพียงลงโปรแกรมที่เป็น Softphone เพิ่มเติมเท่านั้น

Q9: 

บริการ CAT2call plus ต่างกับ CAT2call อย่างไร

A9: 

บริการ CAT2call จะเป็นลักษณะ PC-to-Phone (โทรออกจากต้นทางที่เป็นคอมพิวเตอร์ไปยังปลายทางที่เป็นโทรศัพท์) แต่บริการ CAT2call Plus จะเป็นลักษณะ Phone-to-Phone (โทรออกจากต้นทางที่เป็นโทรศัพท์ไปยังปลายทางที่เป็นโทรศัพท์) โดยจะได้เบอร์ 02-402-XXXX สามารถใช้โทรออกและรับสายได้

กลุ่มบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ CAT2call
Q1: 

CAT2call รับชำระผ่านบัตรเครดิต Visa โดยต้องใช้ Verified by Visa ของธนาคารใดบ้าง

A1: 

CAT2call รับบัตรเครดิตที่มี Verified by Visa ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคาร HSBC กสท ขอแนะนำให้ผู้ซื้อบริการ CAT2call ที่ซื้อผ่านบัตรเครดิต ควรสมัคร/ทำ Verified by Visa กับทางธนาคารที่ออกบัตร เพื่อป้องกันการลักลอบการใช้บัตร

Q2: 

จะทำอย่างไรถ้าซื้อ Account ทาง Website แล้วไม่ได้รับ Account CAT2call?

A2: 

ถ้าภายใน 48 ชม. ไม่ได้รับแอคเคานต์ให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ CAT Contact Center 1322 และให้ Reference Code ที่ปรากฏตอนชำระเงินสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้วแก่เจ้าหน้าที่

Q3: 

เราจะสามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้งานได้อย่างไร

A3: 

ผู้ใช้สามารถตรวจสอบยอดการใช้งานได้ด้วยตนเอง ที่หน้าจอของโปรแกรม CAT2call Dialer โดยเลือกที่เมนู Call Log

Q4: 

คุณภาพของเสียงเป็นอย่างไร

A4: 

คุณภาพของเสียงจะขึ้นอยู่กับสถานะของอินเทอร์เน็ตที่ท่านได้ใช้งานอยู่ เพราะเป็นการโทรผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตการใช้งานอินเทอร์เน็ตในขณะเดียวกับการใช้โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตจะส่งผลต่อคุณภาพของสัญญาณเสียงได้ อาจเกิดการดีเลย์และสัญญาณขาดหาย

*จึงเเนะนำให้ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานควบคู่กับการ Download

Q5: 

ฉันสามารถใช้บริการของ CAT2call ได้อย่างไร

A5: 

หลังจากที่ท่านได้ซื้อ Account แล้ว ให้ Login ที่หน้าจอของโปรแกรม CAT2call Dialer โดยใส่ Username + Password และสามารถที่จะเลือกบันทึก Account ไว้ใช้งานในครั้งต่อไปได้ (แต่ควรระวังบุคคลอื่นที่จะสามารถใช้รหัสของท่าน) จากนั้นใส่ "เบอร์ประเทศ + เบอร์โทรศัพท์" (ไม่ต้องใส่ access code)

Q6: 

Account CAT2call สามารถซื้อได้ที่ไหน

A6: 

Account มีจำหน่ายทั้งหมด 3 ราคาคือ 300, 500 และ 1,000 บาท

• มีจำหน่ายที่สำนักงานบริการลูกค้า CAT ทั่วประเทศ

• ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (เฉพาะผู้ที่ถือบัตร ATM ของธนาคารเท่านั้น)

• ผ่านเว็บไซต์ www.cat2call.com หรือ http://shopping.cattelecom.com

• Tesco Lotus และ Lotus Express ทุกสาขา (จำหน่ายที่ Counter Cashier)

• Sony Style Shop / Sony Service Center

• จุดให้บริการที่มีโลโก้ Freepoint

• ศูนย์หนังสือจุฬา (สยามสแควร์ ซอยจุฬาลงกรณ์ 64 โทร 02-218-9884 / จัตุรัสจามจุรีชั้น 4 อาคารจามจุรีสแควร์ โทร 02-160-5301-2 / ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร 02-218-7001)

• ซื้อผ่านระบบ SMS หักบัญชีเครดิต KTC (สมัครได้ที่ KTC Phone 02 665 5000)

Q7: 

สามารถนำไปใช้งานที่ต่างประเทศได้หรือไม่

A7: 

สามารถนำไปใช้ได้เพียงมีโน๊ตบุ๊คที่ลงโปรแกรม หรือเมื่อไปถึงต่างประเทศสามารถดาวน์โหลด CAT2call Dialer ที่ www.cat2call.com (ฟรี) มาลงไว้ที่เครื่อง ก็สามารถใช้งานได้

Q8: 

จะเริ่มต้นใช้บริการได้อย่างไร

A8: 

เมื่อผู้ใช้บริการดาวน์โหลดโปรแกรม CAT2call Dialer ที่ www.cat2call.com (ฟรี) และมีแอคเคานต์ CAT2call เรียบร้อยแล้ว ให้ใส่แอคเคานต์ และ password ที่หน้าจอของโปรแกรม จากนั้นกดเลือก OK แลัวเข้าสู่การโทร โดยใส่เลขหมายการโทรดังนี้ “รหัสประเทศปลายทาง + เลขหมายปลายทาง“ *** ผู้ใช้บริการไม่ต้องกด International Access Code เช่น 00, 001 ***

Q9: 

บริการ CAT2call คืออะไร

A9: 

บริการ CAT2call เป็นบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แบบ PC-to-Phone (โทรออกจากต้นทางที่เป็นคอมพิวเตอร์ไปยังปลายทางที่เป็นโทรศัพท์) ราคาประหยัดเริ่มต้นต่ำสุดนาทีละ 0.50 บาท/นาที โดยผู้ใช้บริการสามารถโทรศัพท์ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ fixed Line /Mobile ทั้งภายในและต่างประเทศในราคาประหยัดผ่านโปรแกรม CAT2call Dialer

กลุ่มบริการธุรกิจความปลอดภัย Web Security
Q1: 

กรณีลูกค้ามีการใช้งาน CAT Internet Service อยู่แล้ว ต้องการใช้บริการ Web Security เพิ่มในภายหลังได้หรือไม่

A1: 

สามารถเปิดให้บริการ Web Security ภายหลังได้ โดยแจ้งมายังเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย

Q2: 

บริการ Web Security ในฟังก์ชั่นการทำงานของการ URL Filtering สามารถคัดกรองเว็บไซต์ ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้หรือไม่ และลูกค้าสามารถจัดการกำหนดการบล็อกเว็บไซต์เองได้หรือไม่

A2: 

โดยปกติแล้วจะมีการกำหนดเป็น Standard website ในการบล็อกไว้แล้ว แต่หากลูกค้ามีความต้องแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม สามารถแจ้งมายังศูนย์รับแจ้งเหตุขัดข้องโทร.02-104-1100

Q3: 

บริการ Web Security เหมาะกับการใช้งานเว็บไซต์ต่างประเทศเป็นประจำหรือไม่

A3: 

บริการ Web Security ในรูปแบบของ Content Filtering จะมีฟังก์ชั่น Web Caching ที่ช่วยในการเพิ่มความเร็วการใช้งานเว็บไซต์ที่มีการใช้งานบ่อยๆ โดยไม่ต้องวิ่งออกไปต่างประเทศโดยตรงทำให้การใช้งานเว็บไซต์ทั้งในและต่างประเทศมีความเร็วมากยิ่งขึ้น

Q4: 

บริการ Web Security มีรูปแบบการให้บริการอย่างไร

A4: 
  1. Hosted Firewall: บริการคัดกรองความปลอดภัยจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตจากองค์กร เช่น องค์กรลูกค้าไม่อนุญาตให้ใช้งาน MSN ช่วงเวลาทำงานตั้งแต่ 9.00-17.00 เป็นต้น
  2. Content Filtering: บริการคัดกรองที่เพิ่มความปลอดภัยในระดับ Content อันได้แก่
  • URL Filtering: สามารถคัดกรอง URL ที่อาจมีความเสี่ยง หรือภัยคุกคามแอบแฝงมากับ URL ดังกล่าว ที่อาจส่งผลให้เครือข่ายภายในองค์กรไม่ปลอดภัย
  • Anti-Virus Scanning: ที่คอยตรวจสอบ Virus ที่เข้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • Web Caching: ช่วยเพิ่มความเร็วการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้สามารถใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้อย่างคุ้มค่า
Q5: 

บริการ Web Security มีจุดเด่นอย่างไร

A5: 

บริการ Web Security มีจุดเด่นที่สามารถคัดกรองภัยคุกคามตั้งแต่ระดับเกตเวย์ ทำให้ข้อมูลที่ส่งไปยังลูกค้าเป็นข้อมูลที่สะอาดปลอดจากภัยคุกคามต่างๆ

Q6: 

บริการ Web Security สามารถใช้กับ CAT Internet Service ที่เป็น Plan ใดบ้าง

A6: 

บริการ Web Security เป็นบริการที่ใช้คู่กับลูกค้าบริการ CAT Internet Service โดยสามารถรองรับการใช้งานได้กับทุก Plan